เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เคยเป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอล เชลซี ฝากความหวังเอาไว้มากที่สุด หลังแจ้งเกิดเต็มตัวกับทีมชาติอาร์เจนตินาในฟุตบอลโลก 2022 และคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ ก่อนย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมทัพ “สิงห์บลูส์” ด้วยค่าตัวสถิติอังกฤษ 106.8 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญาระยะยาวถึงปี 2031
ช่วงแรกทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามความคาดหวัง เอ็นโซ่ กลายเป็นกำลังหลักของ เชลซี และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รวมถึงแชมป์สโมสรโลก แต่ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนหลังเกิดความเปลี่ยนแปลงภายในสโมสร โดยเฉพาะการจากไปของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ซึ่งเป็นกุนซือที่เจ้าตัวให้ความเคารพ และมีแนวคิดเกี่ยวกับทิศทางการสร้างทีมที่สอดคล้องกับนักเตะ
นอกจากนี้ เอ็นโซ่ ยังเคยตกเป็นประเด็นจากคลิปไลฟ์ฉลองแชมป์ โกปา อเมริกา 2024 ที่มีเนื้อหาเหยียดเชื้อชาติและโฮโมโฟบิก จนถูกวิจารณ์อย่างหนัก แม้เจ้าตัวจะออกมาขอโทษและรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ แต่เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีมและภาพลักษณ์ในสายตาแฟนบอล รวมถึงมีเสียงตำหนิเกี่ยวกับพฤติกรรมในสนามและภาวะผู้นำของเขา
สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงเมื่อ เอ็นโซ่ แสดงท่าทีเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในกรุงมาดริด พร้อมพูดถึงตำนาน เรอัล มาดริด อย่าง ลูก้า โมดริช และ โทนี่ โครส ทำให้แฟนบอล เชลซี จำนวนไม่น้อยมองว่าเจ้าตัวกำลังเปิดประตูสู่การย้ายทีม ก่อนกระแสข่าวจะปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด เอ็นโซ่ ตัดสินใจปิดฉากชีวิตในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยการย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายปี 2026 ด้วยค่าตัวสูงถึง 125 ล้านปอนด์ และได้กลับไปร่วมงานกับ มาเรสก้า อีกครั้ง การย้ายทีมครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงดีลระดับบิ๊กเนม แต่ยังเป็นบทสรุปของความสัมพันธ์ที่เคยเริ่มต้นด้วยความหวัง ก่อนจบลงด้วยความผิดหวังและรอยร้าวระหว่าง เอ็นโซ่ กับแฟนบอล เชลซี
แมนยูเร่งเครื่องล่าฮอลล์โค้งสุดท้าย นิวคาสเซิ่ลตั้งค่าตัว 75 ล้านปอนด์
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉https://line.me/R/ti/p/@pzz9





